หวัดดี
ชาวออบิท หลายตัวหนึ่งสมอง
วันนี้..ข้าคิบอมออบิท
จะมาอัพบลอกชาวออบิท
เพื่อไม่ให้มันเน่าเหมือนฉายาที่พวกเมิงๆเรียกข้ากัน -*-
(กูจะพล่ามทำเพื่อ -*-)
555 แอบอารมดีเล็กน้อย กร๊ากก
ก้อ ไม่มีไรหรอก
จะอัพฟิก ออบิท ที่ตาลแต่งไว้
มันไม่เหมือนอิมิคคี้แต่งดี
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ซึ่ง..
ข้าได้อ่านฟิกของเมิงล๊ะอิมิคคี้
มันรั่วได้ใจข้ามากมายเห๊อะ!!
แต่ของตาล
มันซึ้งได้ใจข้ามากมายเห๊อะ!!
(อะไรของกูอีกเนี่ย กูเครียด -*-)
เอาล่ะ
มันได้เวลาอันสมควรแล้ว
ข้า..จะเล่านิทานใหพวกเอ็งๆทั้งหลายฟัง
.
.
.
SF: Frisk Orbit ซึ้งงงงง
อาทิตย์อัสดงทอแสงเรืองรองสว่างไสวอยู่บนท้องฟ้าสะท้อนกับผืนน้ำทะเลสีครามจนกลายเป็นสีทองเหลืออร่ามที่สวยงาม ทุกดวงตาจับจ้องมองดวงอาทิตย์ค่อยๆลอยลับผืนน้ำไปด้วยสายตาที่ทอดมองออกไปมากกว่าดวงอาทิตย์นั้น อีกแค่อึดใจดวงอาทิตย์ก็จะดับสิ้นแสงแล้วในวันนี้ ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าให้เดียวดายก่อนจะปรากฏภาพของดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าและดวงจันทร์ลอยสง่าส่งแสงนวลมายังโลกให้ทุกสรรพสิ่งได้มองเห็นหนทาง..
..เหมือนกับปณิธานของเหล่าลิงออบิทที่อยากจะส่งมอบความสุขให้แก่ทุกคน..
กองไฟกองใหญ่ถูกก่อขึ้นโดยมนุษย์นิสัยลิงสามสี่ตัวที่เสียสละละสายตาออกมาจากดวงอาทิตย์อัสดงเพื่อก่อกองไฟกองใหญ่นี้ก่อนที่แสงตะวันจะสิ้นไป กองไฟส่งความอบอุ่นแผ่มาถึงทั่วทุกร่างที่นั่งรายล้อม แต่ทั้งนี้จะอุ่นได้มากเท่านี้ได้อย่างไร..หากปราศจากซึ่งความรักที่มีให้กันและกัน
แม้บางครั้งอาจจะเกิดเสียงทะเลาะวิวาทกันบ้าง
แม้บางครั้งอาจจะปรากฏรอยน้ำตาบนใบหน้า
แม้บางครั้งอาจจะมึนตึงใส่กันอย่างไม่มีเหตุผล
แต่ทุกๆครั้ง..ปัญหาต่างๆก็คลี่คลายได้อย่างง่ายดาย เพราะความเข้าใจที่ทุกคนมีให้กัน
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองลึกลงไปในกองไฟพลางคิดพิจารณาสิ่งที่ได้เห็น กองฟืนก็คือเชื้อเพลิงที่ก่อให้เปลวไฟได้เกิดขึ้น..ถ้าเทียบกับพวกของเธอเองแล้วเล่า พวกเธอก็คงเปรียบเสมือนกองฟืนพวกนี้ และเปลวไฟที่พัดไหวตามแรงลมนี้คงเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆที่พวกเธอก่อขึ้นนั่นเอง
บ่อยครั้งที่ในวงเกิดการแตกคอขึ้น อาจเกิดจากคนเพียงคนเดียว..แต่ถ้าพิจารณาให้ดี ต้นเหตุนั้นคงมาจากทุกคนเสียมากกว่า..และปัญหาการแตกคอนี้คงจะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ง่ายๆหากไม่มีกาวสมานใจชั้นดีที่ชอบทำตัวปัญญาอ่อนไปวันๆ ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา สร้างเรื่องเปิ่นๆได้อย่างไม่รู้ตัว..ถ้าเกิดฟริกออบิทขาดเจ้าโหนกน้อยไปเสียคนนึงแล้วล่ะก็..ทุกอย่างก็คงพัง
เจ้าของดวงตาที่จับจ้องกองไฟกระตุกยิ้มที่มุมปากนิดๆพลางมองไปที่โดนัทซึ่งร้องเพลงและปรบมืออย่างสนุกสนานโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าตกเป็นเป้าสายตาอยู่ เจ้าคนผิวขาวใส่แว่นสีชมพูนั้นยังคงแหกปากร้องเพลงลั่นอย่างมีความสุขจนพลอยทำให้คนอื่นหัวเราะตามไปด้วย
เมื่อจบเสียงร้องเพลงอันไม่ค่อยน่าพิสมัยแต่เต็มไปด้วยความน่าเอ็นดูนั้นแล้วเสียงเล่าเรื่องราวตลกๆของใครบางคนก็ดังขึ้น..คนที่ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ทำให้คนอื่นหัวเราะได้อยู่เสมอ เรียกว่าเป็นเครื่องสร้างรอยยิ้มให้กับชาวโลกเลยก็ได้กระมัง ไอ้คนแขนยาวผิวคล้ำที่บางครั้งก็ชอบงอนอะไรในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง..ทั้งๆที่ไอ้เรื่องที่มันเป็นเรื่องจริงๆกลับให้อภัยได้อย่างน่าตกใจ แล้วจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากเจ้าหญิงกบที่โหนกน้อยเป็นคนตั้งฉายาให้ขณะที่ปิ๊งกำลังเล่าเรื่องตลกขบขันในชุมนุมกองไฟเด็กผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งก็คอยแทรกและขัดจังหวะอยู่ตลอดเวลาทำเอาคนอื่นต้องส่งเสียงโห่อย่างไม่ค่อยพอใจแกมตลกขบขันกับคู่กัดต่างไซด์สองคนนี้
เด็กหญิงร่างท้วมทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกโห่ไล่ตอนที่ตนขัดจังหวะการเล่าเรื่องที่กำลังดำเนินไปอย่างน่าติดตามของเจ้าหญิงกบ เจ้าหล่อนทำหน้างอเชิดหน้าขึ้นสูงวัดได้ประมาณหกสิบองศาเห็นจะได้แขนอวบๆก็ยกขึ้นมากอดอกด้วยหวังว่าจะมีคนมาง้อ แต่ก็เปล่า จนเจ้าตัวต้องตะโกนด้วยเสียงแหลมๆของตัวให้คนอื่นหันมาสนใจ สร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนอย่างมหาศาลอีกทั้งยังคงค้างกับเรื่องขบขันที่เจ้าหญิงกบสรรหามาเล่าให้ฟังอยู่ไม่หาย น้องมีนผู้คิดว่าตนเองมีหน้าท้องอันแบนราบก็ปล่อยก๊ากออกมาอย่างกั้นไม่ไหวเหมือนกัน..เด็กหญิงตัวอ้วนๆคนนี้แหละที่คอยคุมซ้อมให้ออบิท ให้พร้อมที่จะสร้างความสุขให้ผู้ชมได้
เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองตรงไปยังกองไฟดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเพราะแสงสว่างจากกองไฟพลันก็เหลือไปเห็นเพื่อนตัวสูงที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาและไม่เคยคิดจะเถียงอะไรกับใครเขา คนที่คอยช่วยถือของสารพัด คนที่ทำตามคำสั่งเพื่อนด้วยกันตลอดเวลา คนที่ไม่เคยเอ่ยปากบ่นซักแอะแม้ว่าจะสั่งให้ทำอะไรก็ตาม จนบางครั้งก็กลายเป็นคนที่น่าสงสาร..ที่สำคัญคนๆนี้มันหน้าเหมือนเรียวอุคจนน่าอิจฉาน่ะสิ
มองได้อยู่ไม่นานแก๋มที่ถูกมองอยู่นั้นก็ลุกขึ้นยืนหลังจากที่ไอ้เพื่อนคนข้างๆมันสะกิดจะเอาอะไรซักอย่าง ซักพักแก๋มก็กลับมาพร้อมกับน้ำสองแก้ว แก้วนึงให้ไอ้คนตัวสูงจอมขี้เกียจข้างๆส่วนอีกแก้วก็ให้เพื่อนคนสำคัญของมันที่นั่งหน้าดำเป็นเขม่าปืนอยู่ใกล้ๆกันน่ะแหละ
เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่ค่อยพอใจแต่ครั้นจะพูดโพล่งออกไปก็จะทำเอาเสียบรรยากาศหมดยกให้วันเดียวก็คงไม่เสียหายอะไรนัก
ไอ้คนตัวสูงจอมขี้เกียจนั้นรับน้ำมาแล้วก็แทนที่จะขอบอกขอบใจเสียหน่อยหรือก็ไม่มี กินเอาๆไม่สนใจคนที่อุตส่าห์ลำบากไปเอาให้เลยซักนิด แต่จะว่าไป..ถ้าไม่มีมันวงก็คงแย่ ไอ้เจ้านี่ก็สร้างสีสันให้วงไม่น้อย อยู่ๆรึถ้าคิดจะงอแงก็ร้องง๊องแง๊งออกมาเป็นเด็กๆ อยู่ๆรึจะทำตัวโหดก็ไม่ไว้หน้าใครเขาเหมือนกัน..ไอ้รุ้งมันจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่ามีคนมองมันเล่นสนุกกับเพื่อนคนสำคัญของมันแล้วแอบนินทาอยู่ในใจน่ะ
ถัดจากไอ้รุ้งมาก็มีจอมหื่นประจำวงนั่งเคาะปี๊บที่เจ้าตัวอุตส่าห์หน้าด้านเข้าไปขอป้าแก่ๆจากร้านขายของชำมาเพื่อการสร้างสีสันในยามค่ำนี้โดยเฉพาะ ไอ้เจ้าคนนี้ก็เก่งอยู่พอตัว แต่ติดที่ว่าด่าเก่งเป็นที่หนึ่งและก็หื่นจนเกินเด็กไปเล็กน้อย..ลองคิดสภาพดูแล้วกันใครไปแข่งหื่นแข่งด่ากับอิพิมพ์ล่ะก็ สงสัยคงต้องหามไปส่งโรงพยาบาลเพราะเกิดอาการช็อกกะทันหัน
ดวงตาที่บัดนี้กลับไปจับจ้องกองไฟนั้นเผยแววขบขันเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวงของตนมีถึงสามหื่นด้วยกัน หื่นแรกก็ผ่านไปแล้ว หื่นที่สองก็คงเป็นน้องสองจุกที่เมื่อก่อนก็ปล่อยฟูมาตามระเบียบ ทั้งๆที่คนๆนี้เคยดูเรียบร้อยในสายตาของทุกคน..แต่วันนึงอยู่ๆก็ต้องพบว่าตัวตนที่แท้จริงของเจ้าจุกนี่มันไม่ใช่อย่างที่เคยเห็นกันเลย นับวันยัยนี่ก็เริ่มออกลายมากขึ้น จากที่เคยเป็นเด็กเรียนผู้เรียบร้อยก็กลับกลายเป็นเด็กบ้าดาราจอมหื่นไปซะอย่างงั้น..ไอ้มิกเอ๊ย แกอย่าบ้ามากจนลืมว่าแกต้องทำหน้าที่เป็นคุณชายโจออบิทไม่ใช่เด็กหื่นนะเว้ย
ส่วนเจ้าหื่นสามนั้นก็เพื่อนสนิทกับไอ้มิกนั่นแหละ ไอ้นี่ชอบทำหน้าตาย เมื่อก่อนนี้ยังจำได้ว่ากว่าจะยิ้มได้อีกแทบจะเอาไม้มาเขี่ยไปเขี่ยมาที่ปากเหมือนที่สวนสัตว์เวลามีแสดงโชว์จระเข้ เจอกล้องทีไรก็ต้องวิ่งร้อยเมตรหลบไปเสียทุกที แต่ตอนนี้..เพียงแค่เห็นกล้องในระยะสามร้อยเมตรเท่านั้นแหละ ไอ้นี่ก็วิ่งด้วยแรงห้าร้อยแรงม้าเข้าหากล้องทันที..นอกจากนี้ยังเคยได้ยินมิกเม้าท์มาว่าเวลาไอ้ไก่อ่านฟิคอย่าไปเข้าใกล้เชียว มันอันตราย!!
เสียงร้องเพลงของเหล่าลิงยังคงดังกึกก้องไปทั่ว บัดนี้อิพิมพ์ที่เริ่มเมื่อยกับการตีปี๊บก็หยุดแล้วส่งปี๊บไปให้หนึ่งในสามทหารเสือผู้สนิทสนมกันยิ่งกว่าตังเม คนๆนั้นก็คือเด็กผู้หญิงร่างท้วมอีกคน..แต่คราวนี้เธอคนนี้ใส่แว่นสายตาที่มีสีและแบบสุภาพเหมาะสำหรับทุกสถานที่ ซึ่งประโยคนี้หากไปพูดให้กับโหนกน้อยได้ยินแล้วล่ะก็คงทิ่มแทงใจดำเจ้าโหนกได้เป็นอย่างดีเพราะแว่นที่แม่คุณใส่มันสีจี๊ดยิ่งกว่าอะไร
หนึ่งในสามทหารเสือผู้ที่รับมรดกสืบทอดอันได้แก่ปี๊บจากอิพิมพ์ไปนั้นบรรจงเคาะจังหวะอย่างผู้มีการศึกษา แขนป้อมๆที่เป็นเครื่องส่งให้เจ้าตัวดูป้อมๆกลมๆและน่ารักนั้นขยับขึ้นๆลงๆตามจังหวะการตี..บอกได้เลยว่าเธอคนนี้เป็นชินดงที่มีการศึกษาและน่ารักเป็นที่สุด
สมาชิกคนที่สองในแก๊งค์สามทหารเสือนั้นเป็นเด็กผู้หญิงร่างบอบบางอ้อนแอ้น เธอคนนี้ไม่ยอมซอยผมเสียทีด้วยเหตุผลที่บอกว่ารำคาญเวลาผมทิ่มตา สงสัยว่าคงจะเป็นเด็กดีไม่เลิกเสียกระมัง เธอเป็นคนที่มักจะช่วยออกความคิดเห็นและคอยประชาสัมพันธ์งานต่างๆที่เกี่ยวกับสองวงบอยแบรนด์ที่พวกลิงๆต่างชื่นชอบ..แล้วเจ้ามะเหี่ยวนี่แหละคือเจ๊ชอลแห่งออบิทที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ส่วนอีกคนในแก๊งค์สามทหารเสือนั้นก็คือเด็กผู้หญิงผู้ผอมเกร็งอีกคนหนึ่ง คนที่เสียสละเวลามาซ้อมแม้ว่าบ้านจะอยู่ไกลแค่ไหน..แต่เพื่อความสำเร็จของส่วนรวมเธอก็มา ไอ้จ๋าแห่งโรงไฟฟ้าหรือกระเบนน้อยที่ไอ้ ปิ๊งพูดเอาไว้ว่าเหมือนนักเหมือนหนานั่นเอง
เสียงเพลงดังกังวานไปทั่วชายหาด ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววครุ่นคิดเหมือนเธอจะลืมบุคคลสำคัญบางคนไป..แต่ไม่ทันไรบุคคลที่เธอลืมกล่าวถึงก็เดินฉับๆเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์การละเล่นมากมายเต็มมือ เด็กผู้หญิงร่างผอมแบนเดินตรงมายังกองไฟที่มีผู้คนนั่งรายล้อมกันเต็มไปหมด เธอเสนอเครื่องเล่นต่างๆที่ไปหามาให้กับทุกคนด้วยท่าทางกระตือรือร้น..บัดนี้ความจริงก็กระจ่างแก่ทุกคนแล้วว่าเพราะไอ้ทรายชอบทำตัวติงต๊องและกลมกลืนกับลูกวงทั้งหลายน่ะสิถึงได้คุมอยู่กันทั้งวงแบบนี้
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องมองภาพนั้นด้วยความสุขเต็มเปี่ยมพร้อมกับกระตุกยิ้มน้อยๆที่มุมปากทั้งสองข้าง..
ยังไม่แน่หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
ยังไม่แน่ว่าวันข้างหน้าพวกเธออาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ได้
ยังไม่แน่ว่าหลังจากนี้พวกเธอจะไม่ทะเลาะกัน
ยังไม่แน่ว่าวันข้างหน้าพวกเธอจะเจอแต่เรื่องราวที่มีความสุข
ยังไม่แน่ว่าพรุ่งนี้พวกเธอจะไม่ต้องเสียน้ำตา
แต่ที่แน่ๆ..สิ่งที่ทุกคนรู้อยู่เต็มอก..นั่นก็คือ..
..
..เพื่อน..พวกเรายังมีกันนะเว้ย.. ..The end.
จบแล้ว..เล่าโคตรเร็ว
ไม่ถึงนาที
เทพ กร๊ากๆๆ
ในเมื่อข้าอัพฟิกจบแล้ว
ขอพล่ามไรต่อหน่อยเห๊อะ!
วันนี้เว้ย..พวกเราสามหื่นหนึ่งเคะ[กรูเอง(หื่นเอ็ซซ) อิมิคคี้(หื่น) อิรุ้ง(หื่นเด้อ) และทราย(ไอ้เคะคนเดว)]
เรียน(เร๊อะ??)อรรณพเสด
อิรุ้งบ่นหิว
อ่ะ..ก้อไปกินกัน เห้ย ไม่ใช่และ
ก้อไปหาไรกิน
เลี้ยวซ้าย(รึเปล่า? กูสับสนเล็กน้อย ย้ำ!! มันแค่เล็กน้อย)
มีก๋วยเตี๋ยวที่ไอทรายมันคิดว่าเจ(เนื่องจากป้ายร้านมันเหลืองแดงแล้วชื่อว่า"เจ๊อุ๊")
เข้าไปมันก้อสั่งกัน
อิรุ้ง-หมูเด้ง
อิมิคคี้-เส้นเล็กทะเล
ไอน้องทราย(เปลี่ยนชื่อมันบ่อยเกิ๊น -*-)-หมีเหลืองทะเล
กรู-แดรกไม่ได้!! นั่งดูมันกิน - -
ไอสองสามตัวนั่นมันแลกหมูแลกหมึกผ่านหน้าข้า
รู้มั้ย..อยากกินเหมือนกันนะไอเพื่อน -*-
พอๆจบเรื่องกิน
พอกินเสดก้อเดินข้าม"บันไดลอย"ของไอเจ๊ทรายไปอีกฝั่ง
จะขึ้นสองแถว
ข้าและอิรุ้งเดินนำ
เค้าพูดว่า..
"เฮ้ย อิรุ้ง คันนี้ ไม่เอา แม่งงก"
"ไมวะ -*-" (ตีนโดยแท้อิรุ้ง -*-)
"คราวที่แล้วที่มันยัดให้คนนั่งเกยกันแล้วมันค่อยออกรถ แถมแม่งเก็บแปดบาท สุดตรีนนน"
"อ่อ กูเกทล๊ะ"
//อิมิค ไอทราย คันนี้ไม่เอานะ ได้ยินแล้วใช่มะ//
//อืม//
เดินลงมาจาก"บันไดลอย"
ไอสองแถวหน้าเหี้ยมพูดว่า
"ไปไหนกันหนู?"
และเสียงตอบรับจากพวกเราคือ..
เดินไปหน้ารถมันและทำเป็นไม่มอง
พอเดินไปเลยรถมันปุ๊บ
สองแถวคันนึงจอดบีบแตร"ปี๊นๆ"
พวกเราหันมามองหน้ากันและพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ..
"เออ ขึ้นโล้ด!!"
นั่งปุ๊บ..สัณชาติญาณดิบของอิมิคมันจะต้องหันออกไปนอกรถ
ซึ่งมีไอสองแถวหน้าเหี้ยมคนนั้นมันอยู่ในรถ
มันเปิดประตูรถออกมา
แล้วมันชี้หน้าอิมิคคี้ - -"
กูล่ะเครียด..เกลียดม๊านนนนนนนน
เราจะไปไหน..อืม..ไปโรงเรียน -*-
พอไปถึงก้อไปทำแผ่นป้าย"ยุนแจ"และโซลเมต(ลำเอียง(ไม่)เล็กน้อย(แล้วมั้ง)เน้นแต่ยุนแจ กร๊ากกก ช่วยไม่ได้กูอัพอ้ะ เอิ๊กกๆๆๆ)
ยุนแจมองใกล้ๆธรรมดา
โซลเมตมองใกล้ๆน่ารัก
ยุนแจไกลๆน่ารัก
โซลเมตไกลๆอ่านไม่รู้เรื่อง!
กร๊าก
กรูภูมิใจสุดตรีนน
เพราะยุนแจข้าเป็นผู้ทำ
วะฮ่าๆๆ(ฮิยะฮะฮ่า - ตามแบบฉบับบออบิท)
อืม..ไม่มีไรแล้วว่ะ
ขี้เกียจอัพและ
ไปล๊ะไอเพื่อน
บะบายออบิท หลายตัวสมองเดว....แต่มันก้อเทพนะรู้ป่าว กร๊าก
(อย่าไปสนใจกรูคับพี่น้อง - -*)
พีเอส.เพื่อน(ออบิท)...กูรักมึงว่ะ!! ไม่ได้อยากจะวายแต่ขอวายไว้ก่อน กร๊ากก
(อะไรของมันอีกเนี่ย กูเครียดกะตัวเอง -*-)
edit @ 12 Oct 2007 23:57:45 by -=- Frisk Orbit Fighting -=-